Hands-on workshop · ภาษาไทย

ใช้ Claude Code ให้เหมือนมืออาชีพ

เวิร์กช็อปลงมือทำสำหรับนักพัฒนา ตั้งแต่ติดตั้งจนถึงการตั้งค่าทีมและรันอัตโนมัติใน CI ทุกบทมีคำสั่งให้คัดลอก แล็บให้ติ๊กทีละขั้น และแบบทดสอบท้ายคอร์ส

  • 13โมดูล
  • ≈ 4 ชม.รวมแล็บ
  • 1 โปรเจกต์สร้างจริงตลอดคอร์ส

จบคอร์สแล้วคุณจะทำได้

  • เขียน prompt ที่ได้ผลลัพธ์ตรงตั้งแต่รอบแรก และตรวจงานของ Claude ได้อย่างมีหลักการ
  • วางโครง CLAUDE.md, สิทธิ์, skills, subagents และ hooks ให้ทั้งทีมใช้ร่วมกัน
  • รัน Claude Code แบบไม่มีหน้าจอ (claude -p) เพื่อทำงานซ้ำ ๆ และเชื่อมกับ CI
ก่อนเริ่ม

ต้องมีเทอร์มินัล, Git, โปรเจกต์โค้ดอะไรก็ได้หนึ่งโปรเจกต์ และบัญชี Claude (Pro/Max/Team/Enterprise) หรือ Anthropic API key ฟีเจอร์ในคอร์สนี้อัปเดตเร็ว ถ้าคำสั่งไหนไม่ตรงกับเครื่องคุณ ให้เทียบกับ /help และเอกสารทางการที่ docs.claude.com

โมดูล 0115 นาที

Claude Code คืออะไร และคิดแบบไหนถึงจะใช้เป็น

เป้าหมาย: เข้าใจว่า Claude Code เป็น agent ที่ลงมือทำงานในโปรเจกต์ของคุณ ไม่ใช่ช่องแชตที่ให้ก๊อปโค้ดไปวาง

Claude Code ทำงานในเทอร์มินัล (และมีส่วนขยายสำหรับ VS Code / JetBrains กับแอปเดสก์ท็อป) มันอ่านไฟล์ได้ รันคำสั่งได้ แก้โค้ดได้ และใช้ git ได้ ทุกอย่างภายใต้สิทธิ์ที่คุณอนุญาต สิ่งที่แยกมืออาชีพออกจากมือใหม่คือ การจัดวงจรให้ Claude ตรวจงานตัวเองได้

วงจรของ agent

  1. รวบรวมบริบทอ่านไฟล์ ค้นโค้ด ดู git log
  2. ลงมือแก้ไฟล์ รันคำสั่ง เรียกเครื่องมือ
  3. ตรวจผลรันเทสต์ ดู error ดู diff
  4. ตัดสินใจจบงาน หรือวนกลับไปแก้

↻ ขั้น 4 วนกลับไปขั้น 1 จนกว่าเกณฑ์สำเร็จจะผ่าน

หลักข้อที่ 1

ให้ Claude มีวิธีพิสูจน์ว่างานถูก เช่น เทสต์ที่รันได้ คำสั่ง lint หรือภาพหน้าจอที่เทียบได้ งานที่ตรวจเองได้จะดีกว่างานที่ต้องรอคุณอ่านทุกบรรทัดเสมอ

ใช้ตอนไหน ไม่ใช้ตอนไหน

เหมาะมากต้องระวัง
อธิบายโค้ดเบสที่เพิ่งเจอ, แก้บั๊กที่มี stack trace, เขียนเทสต์, refactor ที่มีเทสต์คุ้มกัน, ย้าย framework/เวอร์ชัน, เขียน commit/PRงานที่ไม่มีเกณฑ์ตรวจ, การตัดสินใจเชิงสถาปัตยกรรมที่ยังไม่มีข้อสรุป, งานที่แตะ production หรือความลับโดยตรง
แล็บ 1
  • เลือกโปรเจกต์ที่จะใช้ตลอดคอร์ส (แนะนำโปรเจกต์เล็กที่มีเทสต์อย่างน้อย 1 ไฟล์) และ git status ให้สะอาด
  • เขียนลงกระดาษ 3 งานที่คุณเสียเวลาซ้ำ ๆ ในสัปดาห์นี้ เราจะกลับมาอัตโนมัติมันในโมดูล 11
โมดูล 0215 นาที

ติดตั้งและเข้าสู่ระบบ

เป้าหมาย: รัน claude ในโฟลเดอร์โปรเจกต์ได้ และยืนยันว่าทำงานปกติ

terminal
curl -fsSL https://claude.ai/install.sh | bash

เริ่มใช้งานครั้งแรก

terminal
cd your-project
claude          # ครั้งแรกจะเปิดหน้าล็อกอินในเบราว์เซอร์
claude --version
claude doctor   # ตรวจการติดตั้งและการตั้งค่า
ข้อควรระวัง

เปิด claude ในโฟลเดอร์ของโปรเจกต์เท่านั้น อย่าเปิดที่ ~ หรือรากของดิสก์ เพราะ Claude จะเห็นไฟล์ในขอบเขตกว้างเกินจำเป็น

แล็บ 2
  • ติดตั้งและล็อกอินสำเร็จ claude --version แสดงเลขเวอร์ชัน
  • เข้าโฟลเดอร์โปรเจกต์ รัน claude แล้วพิมพ์ /help เพื่อดูรายการคำสั่งทั้งหมด
  • พิมพ์ /status หรือ /model เพื่อดูว่าตอนนี้ใช้โมเดลอะไรอยู่
โมดูล 0325 นาที

พื้นฐานที่ใช้ทุกวัน: อ้างไฟล์ รันคำสั่ง และคุมบริบท

เป้าหมาย: ใช้ปุ่มลัดและคำสั่งหลักได้คล่อง และรู้ว่าเมื่อไรควรล้างบริบท

ตัวอย่างบทสนทนา
> อธิบายว่า flow การล็อกอินใน @src/auth/login.ts ทำงานยังไง
● อ่าน src/auth/login.ts, src/auth/session.ts …
  ล็อกอินเรียก verifyPassword() แล้วสร้าง session ผ่าน createSession()…

> ! git log --oneline -5
  a1b2c3d fix: refresh token expiry …

> /compact เก็บเฉพาะข้อสรุปเรื่อง auth
พิมพ์/กดทำอะไร
@path/fileแนบไฟล์หรือโฟลเดอร์เข้าบริบท (กด Tab เติมชื่อได้)
! คำสั่งรันคำสั่ง shell ตรง ๆ และเอาผลลัพธ์เข้าบริบท
Shift+Tabสลับโหมดสิทธิ์ (ปกติ → auto-accept edits → plan)
Escหยุดการทำงานกลางทาง คุณยังพิมพ์สั่งต่อได้
Esc Esc / /rewindย้อนบทสนทนา (และโค้ด) กลับไปจุดก่อนหน้า
/clearล้างบริบทเริ่มงานใหม่ ใช้เมื่อเปลี่ยนเรื่อง
/compact [คำแนะนำ]สรุปบทสนทนาให้สั้นลงโดยคงสิ่งสำคัญ
/resume, claude -cกลับไปต่อเซสชันเดิม
/cost, /modelดูการใช้งาน / เปลี่ยนโมเดล
บริบทคือทรัพยากรจำกัด

ยิ่งบทสนทนายาว คุณภาพยิ่งตก Claude เริ่มลืมกติกาต้น ๆ ถ้างานเปลี่ยนเรื่องให้ /clear ถ้าต้องไปต่อให้ /compact พร้อมบอกว่าอะไรสำคัญ นี่เป็นนิสัยที่ให้ผลมากที่สุดอย่างหนึ่ง

แล็บ 3
  • ถามให้ Claude อธิบายโครงสร้างโปรเจกต์ โดยอ้างไฟล์หลักด้วย @ อย่างน้อย 2 ไฟล์
  • ใช้ ! git status แล้วถามต่อว่าผลลัพธ์นั้นหมายถึงอะไร
  • ให้ Claude แก้อะไรเล็ก ๆ (เช่น แก้ typo ใน README) จากนั้นกด Esc Esc เพื่อย้อนกลับ ดูว่าไฟล์กลับมาเป็นเดิม
  • ลองกด Shift+Tab จนเห็นโหมด plan แล้วสลับกลับ
โมดูล 0430 นาที

เขียน prompt ให้เจาะจงและตรวจสอบได้

เป้าหมาย: เปลี่ยนคำสั่งคลุมเครือเป็นงานที่มีขอบเขต ตัวอย่าง และเกณฑ์สำเร็จ

สูตรที่ใช้ได้กับเกือบทุกงาน: เป้าหมาย + บริบท + ข้อจำกัด + วิธีตรวจ ยิ่งชี้ตำแหน่งและรูปแบบที่อยากได้ชัด ยิ่งไม่ต้องแก้รอบสอง

ก่อน

เพิ่มระบบ rate limit ให้ API

หลัง

เพิ่ม rate limit ให้ endpoint POST /login ใน @src/routes/auth.ts ใช้ middleware รูปแบบเดียวกับ @src/middleware/cors.ts จำกัด 5 ครั้งต่อนาทีต่อ IP เก็บใน Redis ที่ตั้งค่าไว้แล้ว เขียนเทสต์ใน tests/auth.rate.test.ts แล้วรัน npm test ให้ผ่านก่อนสรุป

ก่อน

หน้า dashboard ช้า แก้ให้หน่อย

หลัง

หน้า /dashboard โหลดช้า ~4 วินาที สงสัยว่าเป็น N+1 query ใน @src/services/report.ts ขอให้วัดจำนวน query ก่อนแก้ แล้วแก้ให้เหลือไม่เกิน 3 query อย่าเปลี่ยน public interface ของ ReportService

เทคนิคที่ใช้บ่อย

เทคนิคตัวอย่างประโยค
ชี้ตัวอย่างที่มีอยู่“ทำเหมือน @src/components/Button.tsx ทั้งโครงสร้างไฟล์และการตั้งชื่อ”
กำหนดสิ่งที่ห้ามแตะ“แก้เฉพาะในโฟลเดอร์ src/billing ห้ามแก้ migration เดิม”
ให้ถามก่อนลงมือ“ถ้ามีจุดที่ไม่ชัดเจน ให้ถามฉันก่อนเริ่มเขียน”
ให้เสนอทางเลือก“เสนอ 2 วิธี พร้อมข้อดีข้อเสีย ยังไม่ต้องแก้โค้ด”
แนบหลักฐานวาง stack trace เต็ม ๆ, ผลเทสต์ที่พัง หรือลากภาพหน้าจอเข้าเทอร์มินัล
ให้ตรวจตัวเอง“หลังแก้ ให้รัน lint และเทสต์ แล้วสรุปสิ่งที่ยังไม่ได้ตรวจ”
แล็บ 4
  • หยิบงานจริง 1 งานจากรายการในแล็บ 1 เขียน prompt แบบ “ก่อน” ลงโน้ตของคุณก่อน
  • เขียนใหม่เป็นแบบ “หลัง” ที่มีทั้งไฟล์อ้างอิง ข้อจำกัด และวิธีตรวจ
  • รันทั้งสองแบบใน /clear คนละรอบ แล้วเทียบจำนวนรอบที่ต้องแก้
โมดูล 0530 นาที

เวิร์กโฟลว์หลัก: สำรวจ วางแผน ลงมือ ส่งมอบ

เป้าหมาย: ใช้ plan mode และ git ให้การเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ย้อนกลับได้และรีวิวง่าย

  1. Exploreให้อ่านและสรุป ยังไม่แก้
  2. Planขอแผน ตรวจแผน แก้แผน
  3. Codeลงมือตามแผน พร้อมรันเทสต์
  4. Commitตรวจ diff แล้ว commit/PR

Plan mode

กด Shift+Tab จนขึ้น plan หรือเริ่มด้วย claude --permission-mode plan ในโหมดนี้ Claude อ่านได้อย่างเดียว แล้วเสนอแผนให้คุณอนุมัติก่อนแตะโค้ด ใช้เมื่อกระทบหลายไฟล์ หรือเมื่อคุณยังไม่แน่ใจว่าทางไหนถูก

ตัวอย่าง
อ่าน @src/payments และเสนอแผนย้ายจาก Stripe Charges API ไปเป็น PaymentIntents
- ระบุไฟล์ที่ต้องแก้และความเสี่ยง
- แบ่งเป็นขั้นที่ merge แยกกันได้
- ระบุเทสต์ที่ต้องเพิ่ม
ยังไม่ต้องแก้โค้ด

ให้ Claude ทำ git ให้

ตัวอย่าง
สร้างบรานช์ feat/payment-intents
ทำตามแผนข้อ 1 แล้วรันเทสต์ ถ้าผ่านให้ commit ด้วยข้อความแบบ conventional commits
เมื่อจบทุกข้อ สรุปเป็นคำอธิบาย PR (อะไรเปลี่ยน ทำไม วิธีทดสอบ)
รีวิวเสมอ

Claude เขียนเร็วกว่าที่คุณอ่าน อย่ากด merge โดยไม่ดู git diff ดูเป็นพิเศษที่ไฟล์ config, สิทธิ์การเข้าถึง และเทสต์ที่ถูกแก้ให้ผ่าน (แทนที่จะแก้โค้ดจริง)

แล็บ 5
  • เลือกฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่แตะ 2–3 ไฟล์ เข้า plan mode แล้วให้ Claude เสนอแผน
  • แก้แผนอย่างน้อย 1 จุด (ตัดขั้นที่ไม่จำเป็น หรือเพิ่มข้อจำกัด) ก่อนอนุมัติ
  • ปล่อยให้ลงมือบนบรานช์ใหม่ รันเทสต์ แล้วตรวจ git diff ด้วยตาตัวเอง
  • ให้ Claude เขียนข้อความ commit และคำอธิบาย PR
โมดูล 0625 นาที

CLAUDE.md: ความจำของโปรเจกต์

เป้าหมาย: เขียนไฟล์ที่ Claude อ่านทุกครั้งที่เริ่มเซสชัน เพื่อไม่ต้องอธิบายซ้ำ

Claude Code ไม่จำบทสนทนาข้ามเซสชัน แต่จะโหลด CLAUDE.md เข้าบริบทเสมอ ใส่เฉพาะสิ่งที่ Claude เดาเองไม่ได้ ไฟล์ที่สั้นและแม่นดีกว่าไฟล์ยาวที่ไม่มีใครดูแล

CLAUDE.md
# Shop API

## คำสั่ง
- ติดตั้ง: pnpm install
- เทสต์ไฟล์เดียว: pnpm vitest run path/to/file.test.ts
- ตรวจก่อน commit: pnpm lint && pnpm typecheck

## สถาปัตยกรรม
- src/routes → HTTP เท่านั้น ห้ามมี business logic
- src/services → business logic ทั้งหมด
- DB ใช้ Prisma; แก้ schema ต้องสร้าง migration ใหม่เสมอ

## ข้อตกลง
- TypeScript strict, ห้ามใช้ any
- ชื่อไฟล์ kebab-case, เทสต์วางข้างไฟล์จริง (*.test.ts)
- Error ใช้ AppError จาก src/lib/errors.ts

## ห้าม
- ห้ามแก้ไฟล์ใน src/generated/
- ห้ามใส่ความลับหรือ .env ลงในโค้ดหรือ commit

ตำแหน่งที่ Claude อ่าน

ที่อยู่ไฟล์ขอบเขต
./CLAUDE.mdทั้งทีม (commit เข้า git)
./CLAUDE.local.mdเฉพาะคุณในโปรเจกต์นี้ (ใส่ใน .gitignore)
~/.claude/CLAUDE.mdทุกโปรเจกต์ของคุณ
โฟลเดอร์ย่อย/CLAUDE.mdโหลดเมื่อ Claude ทำงานในโฟลเดอร์นั้น
ทางลัด

พิมพ์ /init ให้ Claude สำรวจโปรเจกต์และร่าง CLAUDE.md ให้ จากนั้นลบสิ่งที่ชัดอยู่แล้วทิ้ง ส่วนระหว่างทำงาน ถ้า Claude ทำผิดซ้ำ ให้พิมพ์ # ตามด้วยกติกาเพื่อบันทึก หรือใช้ /memory เปิดไฟล์ไปแก้

แล็บ 6
  • รัน /init ในโปรเจกต์ของคุณ
  • ลบบรรทัดที่ Claude เดาได้เองจากโค้ด เหลือเฉพาะคำสั่งสำคัญ สถาปัตยกรรม และข้อห้าม
  • เปิดเซสชันใหม่ (/clear) แล้วถามว่า “รันเทสต์ไฟล์เดียวยังไง” ถ้าตอบถูกจาก CLAUDE.md แปลว่าใช้งานได้
โมดูล 0725 นาที

สิทธิ์และความปลอดภัย

เป้าหมาย: ลดการกดอนุมัติซ้ำ ๆ โดยไม่เปิดช่องให้เกิดความเสียหาย

Defaultถามก่อนแก้ไฟล์หรือรันคำสั่งที่ไม่อยู่ในรายการอนุญาตเหมาะกับการเริ่มต้นและงานที่ยังไม่คุ้นเคย
Accept editsแก้ไฟล์ได้เลย แต่ยังถามเมื่อรันคำสั่งเหมาะกับงานเขียนโค้ดที่คุณเฝ้าดูอยู่
Planอ่านอย่างเดียว เสนอแผนก่อนเหมาะกับงานใหญ่หรือโค้ดเบสที่ไม่รู้จัก

กติกา allow / deny ตั้งได้ใน .claude/settings.json (แชร์ทีม) หรือ .claude/settings.local.json (ส่วนตัว) deny มีลำดับเหนือ allow เสมอ

.claude/settings.json
{
  "permissions": {
    "allow": [
      "Bash(pnpm lint)",
      "Bash(pnpm typecheck)",
      "Bash(pnpm vitest run:*)",
      "Bash(git diff:*)",
      "Bash(git status)"
    ],
    "deny": [
      "Read(./.env)",
      "Read(./secrets/**)",
      "Bash(rm -rf:*)",
      "Bash(git push:*)"
    ]
  }
}
ข้อควรระวัง

โหมดข้ามการขออนุญาตทั้งหมด (--dangerously-skip-permissions) ใช้ได้เฉพาะในคอนเทนเนอร์หรือ VM ที่ทิ้งได้ และไม่มีความลับให้เข้าถึง ห้ามใช้บนเครื่องที่มีกุญแจ production

เช็กลิสต์ความปลอดภัย

  • ไม่วาง API key หรือข้อมูลลูกค้าลงใน prompt; ใช้ deny ปิดไฟล์ .env
  • ระวังเนื้อหาจากภายนอก (เว็บ, issue, README ของแพ็กเกจ) ที่อาจมีคำสั่งแฝงให้ Claude ทำตาม อ่านก่อนอนุมัติคำสั่งที่เกิดจากมัน
  • เพิ่ม MCP server เฉพาะที่เชื่อถือได้ และให้สิทธิ์ขั้นต่ำที่จำเป็น
  • ใช้ /permissions ตรวจรายการที่อนุญาตไว้เป็นระยะ
แล็บ 7
  • สร้าง .claude/settings.json ที่ allow คำสั่งเทสต์และ lint ของโปรเจกต์คุณ
  • เพิ่ม deny ให้ .env แล้วสั่ง Claude “อ่านไฟล์ .env” เพื่อยืนยันว่าถูกบล็อก
  • เปิด /permissions ดูว่ากติกาทั้งหมดมาจากไฟล์ไหน
โมดูล 0835 นาที

ขยายความสามารถ: slash commands, skills และ subagents

เป้าหมาย: เปลี่ยนงานที่ทำซ้ำให้เป็นของที่เรียกใช้ได้ด้วยคำเดียว และแตกงานให้ agent ย่อย

ส่วนประกอบไฟล์ใช้เมื่อ
Slash command.claude/commands/ชื่อ.mdprompt สำเร็จรูปที่คุณสั่งเองด้วย /ชื่อ
Skill.claude/skills/ชื่อ/SKILL.mdชุดคำแนะนำ + สคริปต์ที่ Claude เลือกใช้เองเมื่อเข้ากับงาน
Subagent.claude/agents/ชื่อ.mdผู้ช่วยที่มีบริบทและเครื่องมือแยกของตัวเอง ไม่ทำให้บทสนทนาหลักรก

Slash command: /fix-issue

.claude/commands/fix-issue.md
---
description: แก้ GitHub issue ตามหมายเลข
argument-hint: [issue-number]
---
ดูรายละเอียด issue #$ARGUMENTS ด้วย `gh issue view`
1. หาไฟล์ที่เกี่ยวข้อง และเขียนเทสต์ที่ทำให้บั๊กเกิดซ้ำได้ก่อน
2. แก้โค้ดจนเทสต์ผ่าน แล้วรัน lint + typecheck
3. สรุปสิ่งที่เปลี่ยนในรูปแบบคำอธิบาย PR

Skill: รีวิวความปลอดภัยตามมาตรฐานทีม

.claude/skills/security-review/SKILL.md
---
name: security-review
description: ใช้เมื่อต้องรีวิวโค้ดด้านความปลอดภัย เช่น auth, input validation, SQL, secrets
---
ตรวจตามลำดับ: 1) การตรวจสอบ input 2) authz ทุก endpoint
3) SQL/command injection 4) ความลับในโค้ดและ log
รายงานเป็นตาราง: ไฟล์:บรรทัด | ความเสี่ยง | วิธีแก้ | ความรุนแรง

Subagent: ผู้รีวิวโค้ด

.claude/agents/code-reviewer.md
---
name: code-reviewer
description: รีวิวโค้ดที่เพิ่งแก้ ใช้หลังเขียนโค้ดเสร็จทุกครั้ง
tools: Read, Grep, Glob, Bash
---
คุณเป็นรีวิวเวอร์อาวุโส รัน `git diff` แล้วตรวจความถูกต้อง
ความอ่านง่าย และเทสต์ที่ขาด ตอบเป็นรายการตามความสำคัญ
ห้ามแก้ไฟล์เอง

สร้าง subagent แบบโต้ตอบได้ด้วย /agents ใช้งานโดยพิมพ์ เช่น “ให้ code-reviewer ตรวจการเปลี่ยนแปลงนี้” จุดเด่นคือผลการค้นหาจำนวนมากอยู่ในบริบทของ agent ย่อย บทสนทนาหลักได้เฉพาะบทสรุป

แล็บ 8
  • สร้าง slash command ที่ใช้จริงในงานของคุณ 1 คำสั่ง (เช่น /test-and-fix) และเรียกใช้
  • สร้าง subagent code-reviewer ด้วย /agents หรือสร้างไฟล์เอง
  • แก้โค้ดเล็กน้อยแล้วสั่ง “ให้ code-reviewer ตรวจ” เทียบผลกับการรีวิวด้วยตัวเอง
โมดูล 0930 นาที

Hooks และ MCP: ทำให้เป็นกฎ และต่อกับโลกภายนอก

เป้าหมาย: บังคับขั้นตอนที่ “ต้องเกิดทุกครั้ง” ด้วยโค้ด และเชื่อม Claude กับเครื่องมือที่ทีมใช้

Hooks

CLAUDE.md เป็นคำแนะนำ Claude อาจพลาดได้ แต่ hook เป็นคำสั่ง shell ที่ระบบรันให้เสมอตามเหตุการณ์ เช่น หลังแก้ไฟล์ให้ฟอร์แมตอัตโนมัติ หรือก่อนรันคำสั่งให้ตรวจและบล็อก

.claude/settings.json
{
  "hooks": {
    "PostToolUse": [
      {
        "matcher": "Edit|Write",
        "hooks": [
          { "type": "command", "command": "pnpm prettier --write \"$CLAUDE_PROJECT_DIR\"/src" }
        ]
      }
    ]
  }
}
เหตุการณ์ใช้ทำอะไร
PreToolUseตรวจก่อนใช้เครื่องมือ บล็อกคำสั่งอันตราย
PostToolUseฟอร์แมต, lint, รันเทสต์หลังแก้ไฟล์
UserPromptSubmitเติมบริบทเพิ่มก่อนส่ง prompt
Stopทำงานเมื่อ Claude ตอบจบ เช่น แจ้งเตือน

ถ้าไม่อยากเขียน JSON เอง พิมพ์ /hooks เพื่อตั้งแบบโต้ตอบ หรือสั่ง Claude ให้เขียนให้ตามที่ต้องการ

MCP (Model Context Protocol)

MCP คือมาตรฐานเชื่อม Claude กับบริการภายนอก เช่น GitHub, Sentry, ฐานข้อมูล, Figma, Notion หลังเพิ่มแล้ว Claude เรียกเครื่องมือเหล่านั้นได้เหมือนเครื่องมือในตัว

terminal
claude mcp add --transport http github https://api.githubcopilot.com/mcp/
claude mcp list
# ในเซสชัน: /mcp เพื่อดูสถานะและล็อกอิน
ข้อควรระวัง

MCP server ที่ไม่น่าเชื่อถือคือช่องทางให้คำสั่งแฝงเข้ามาได้ ใช้เฉพาะ server ที่ตรวจที่มาแล้ว และไม่ต่อกับบริการที่ให้สิทธิ์เขียนมากเกินจำเป็น

แล็บ 9
  • เพิ่ม hook ที่ฟอร์แมตไฟล์หลัง Claude แก้ แล้วสั่งแก้ไฟล์เพื่อยืนยันว่า hook ทำงาน
  • เพิ่ม MCP server อย่างน้อย 1 ตัวที่ทีมคุณใช้ และให้ Claude ดึงข้อมูลจากมัน (เช่น อ่าน issue)
  • เปิด /mcp ตรวจสถานะการเชื่อมต่อ
โมดูล 1025 นาที

รันแบบไม่มีหน้าจอ: สคริปต์และ CI

เป้าหมาย: ใช้ Claude Code เป็นคำสั่งหนึ่งในไปป์ไลน์ของคุณ

แฟลก -p (print mode) รับ prompt ตอบแล้วจบ ไม่เปิดหน้าจอโต้ตอบ ต่อท่อกับคำสั่งอื่นได้

terminal
# สรุปการเปลี่ยนแปลงล่าสุด
git diff main | claude -p "สรุปการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นข้อความ PR ภาษาไทย"

# ผลลัพธ์แบบ JSON สำหรับสคริปต์
claude -p "รายชื่อ endpoint ทั้งหมดใน src/routes" --output-format json

# จำกัดเครื่องมือที่ใช้ได้
claude -p "แก้ lint error ทั้งหมด" --allowedTools "Edit" "Bash(pnpm lint)"

# ต่อเซสชันเดิม
claude -p "ตอนนี้เพิ่มเทสต์ด้วย" --continue

ตัวอย่างงานที่คุ้มค่าในไปป์ไลน์

  • ร่างคำอธิบาย PR และ release notes จาก diff
  • ตรวจ PR เบื้องต้น (ชื่อ, ความเสี่ยง, เทสต์ที่ขาด) ก่อนคนรีวิว
  • แปลไฟล์ i18n ที่เพิ่งเพิ่มคีย์
  • จัดกลุ่ม issue ใหม่ตามหมวด
GitHub Actions

พิมพ์ /install-github-app ในเซสชันเพื่อติดตั้ง Claude GitHub app และ workflow แล้วเมนชัน @claude ใน issue หรือ PR ให้ลงมือทำงานได้ เก็บ API key ใน repository secrets เท่านั้น และจำกัดสิทธิ์ของ workflow ให้น้อยที่สุด

แล็บ 10
  • รัน git diff | claude -p "…" เพื่อสร้างคำอธิบาย PR จากงานของคุณ
  • เขียนสคริปต์สั้น ๆ (shell) ที่เรียก claude -p กับ 1 งานจากรายการในแล็บ 1
  • ลองใส่ --output-format json แล้วอ่านผลด้วย jq
โมดูล 1145 นาที

Capstone: ส่งมอบฟีเจอร์ตั้งแต่ต้นจนจบ

เป้าหมาย: ใช้ทุกอย่างที่เรียนมาในงานเดียว แล้วประเมินตัวเอง

เลือกฟีเจอร์จริงหรือจำลองขนาดครึ่งชั่วโมงในโปรเจกต์ของคุณ เช่น เพิ่ม endpoint ค้นหา, เพิ่มการตรวจ input, หรือแปลงโมดูลหนึ่งไปใช้ TypeScript ทำตามขั้นนี้ตามลำดับ

แล็บรวม
  • ตรวจว่า CLAUDE.md และ settings.json พร้อม แล้ว /clear
  • เข้า plan mode ให้สำรวจและเสนอแผน พร้อมระบุเกณฑ์สำเร็จที่ตรวจได้ด้วยคำสั่ง
  • แก้แผนแล้วอนุมัติ ปล่อยให้ลงมือบนบรานช์ใหม่
  • ให้ subagent code-reviewer ตรวจ และแก้ตามข้อเสนอที่เห็นด้วย
  • ตรวจ git diff เอง จดอย่างน้อย 1 อย่างที่ Claude ทำพลาดหรือคุณต้องแก้
  • เพิ่มบทเรียนข้อนั้นลง CLAUDE.md หรือสร้างเป็น hook เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
  • ให้ Claude เขียน commit และคำอธิบาย PR จากนั้นเปิด PR

ประเมินตัวเอง

ข้อถามตัวเอง
เกณฑ์สำเร็จClaude ตรวจงานตัวเองได้ด้วยคำสั่งหรือไม่
บริบทผมต้อง /clear หรือ /compact กี่ครั้ง ทำไม
รอบแก้ต้องแก้กี่รอบ และ prompt ตรงไหนทำให้เกิดรอบนั้น
การคุมความเสี่ยงมีอะไรที่ Claude ทำได้ แต่ไม่ควรทำได้ เพิ่ม deny หรือ hook แล้วหรือยัง
โมดูล 1210 นาที

แบบทดสอบท้ายคอร์ส

เป้าหมาย: ตรวจความเข้าใจด้วยสถานการณ์จริง กดเลือกคำตอบเพื่อดูเหตุผล

โมดูล 13อ้างอิง

Cheat sheet

ในเซสชัน

@file
แนบไฟล์
! cmd
รัน shell
#
บันทึกลงความจำ
Shift+Tab
สลับโหมด
Esc
หยุด
Esc Esc
ย้อนกลับ

จัดการบริบท

/clear
เริ่มใหม่
/compact
สรุปให้สั้น
/resume
กลับเซสชันเก่า
/cost
ดูการใช้งาน
/model
เปลี่ยนโมเดล

ตั้งค่า

/init
สร้าง CLAUDE.md
/memory
แก้ความจำ
/permissions
จัดการสิทธิ์
/hooks
ตั้ง hooks
/agents
จัดการ subagents
/mcp
สถานะ MCP

บรรทัดคำสั่ง

claude
เริ่มแบบโต้ตอบ
claude -c
ต่อเซสชันล่าสุด
claude -p "…"
รันครั้งเดียว
--permission-mode plan
เริ่มใน plan
claude mcp add
เพิ่ม MCP
claude doctor
ตรวจระบบ