ใช้ Claude Code ให้เหมือนมืออาชีพ
เวิร์กช็อปลงมือทำสำหรับนักพัฒนา ตั้งแต่ติดตั้งจนถึงการตั้งค่าทีมและรันอัตโนมัติใน CI ทุกบทมีคำสั่งให้คัดลอก แล็บให้ติ๊กทีละขั้น และแบบทดสอบท้ายคอร์ส
- 13โมดูล
- ≈ 4 ชม.รวมแล็บ
- 1 โปรเจกต์สร้างจริงตลอดคอร์ส
จบคอร์สแล้วคุณจะทำได้
- เขียน prompt ที่ได้ผลลัพธ์ตรงตั้งแต่รอบแรก และตรวจงานของ Claude ได้อย่างมีหลักการ
- วางโครง
CLAUDE.md, สิทธิ์, skills, subagents และ hooks ให้ทั้งทีมใช้ร่วมกัน - รัน Claude Code แบบไม่มีหน้าจอ (
claude -p) เพื่อทำงานซ้ำ ๆ และเชื่อมกับ CI
ต้องมีเทอร์มินัล, Git, โปรเจกต์โค้ดอะไรก็ได้หนึ่งโปรเจกต์ และบัญชี Claude (Pro/Max/Team/Enterprise) หรือ Anthropic API key ฟีเจอร์ในคอร์สนี้อัปเดตเร็ว ถ้าคำสั่งไหนไม่ตรงกับเครื่องคุณ ให้เทียบกับ /help และเอกสารทางการที่ docs.claude.com
Claude Code คืออะไร และคิดแบบไหนถึงจะใช้เป็น
เป้าหมาย: เข้าใจว่า Claude Code เป็น agent ที่ลงมือทำงานในโปรเจกต์ของคุณ ไม่ใช่ช่องแชตที่ให้ก๊อปโค้ดไปวาง
Claude Code ทำงานในเทอร์มินัล (และมีส่วนขยายสำหรับ VS Code / JetBrains กับแอปเดสก์ท็อป) มันอ่านไฟล์ได้ รันคำสั่งได้ แก้โค้ดได้ และใช้ git ได้ ทุกอย่างภายใต้สิทธิ์ที่คุณอนุญาต สิ่งที่แยกมืออาชีพออกจากมือใหม่คือ การจัดวงจรให้ Claude ตรวจงานตัวเองได้
วงจรของ agent
- รวบรวมบริบทอ่านไฟล์ ค้นโค้ด ดู git log
- ลงมือแก้ไฟล์ รันคำสั่ง เรียกเครื่องมือ
- ตรวจผลรันเทสต์ ดู error ดู diff
- ตัดสินใจจบงาน หรือวนกลับไปแก้
↻ ขั้น 4 วนกลับไปขั้น 1 จนกว่าเกณฑ์สำเร็จจะผ่าน
ให้ Claude มีวิธีพิสูจน์ว่างานถูก เช่น เทสต์ที่รันได้ คำสั่ง lint หรือภาพหน้าจอที่เทียบได้ งานที่ตรวจเองได้จะดีกว่างานที่ต้องรอคุณอ่านทุกบรรทัดเสมอ
ใช้ตอนไหน ไม่ใช้ตอนไหน
| เหมาะมาก | ต้องระวัง |
|---|---|
| อธิบายโค้ดเบสที่เพิ่งเจอ, แก้บั๊กที่มี stack trace, เขียนเทสต์, refactor ที่มีเทสต์คุ้มกัน, ย้าย framework/เวอร์ชัน, เขียน commit/PR | งานที่ไม่มีเกณฑ์ตรวจ, การตัดสินใจเชิงสถาปัตยกรรมที่ยังไม่มีข้อสรุป, งานที่แตะ production หรือความลับโดยตรง |
- เลือกโปรเจกต์ที่จะใช้ตลอดคอร์ส (แนะนำโปรเจกต์เล็กที่มีเทสต์อย่างน้อย 1 ไฟล์) และ
git statusให้สะอาด - เขียนลงกระดาษ 3 งานที่คุณเสียเวลาซ้ำ ๆ ในสัปดาห์นี้ เราจะกลับมาอัตโนมัติมันในโมดูล 11
ติดตั้งและเข้าสู่ระบบ
เป้าหมาย: รัน claude ในโฟลเดอร์โปรเจกต์ได้ และยืนยันว่าทำงานปกติ
curl -fsSL https://claude.ai/install.sh | bash
irm https://claude.ai/install.ps1 | iex
npm install -g @anthropic-ai/claude-code
เริ่มใช้งานครั้งแรก
cd your-project claude # ครั้งแรกจะเปิดหน้าล็อกอินในเบราว์เซอร์ claude --version claude doctor # ตรวจการติดตั้งและการตั้งค่า
เปิด claude ในโฟลเดอร์ของโปรเจกต์เท่านั้น อย่าเปิดที่ ~ หรือรากของดิสก์ เพราะ Claude จะเห็นไฟล์ในขอบเขตกว้างเกินจำเป็น
- ติดตั้งและล็อกอินสำเร็จ
claude --versionแสดงเลขเวอร์ชัน - เข้าโฟลเดอร์โปรเจกต์ รัน
claudeแล้วพิมพ์/helpเพื่อดูรายการคำสั่งทั้งหมด - พิมพ์
/statusหรือ/modelเพื่อดูว่าตอนนี้ใช้โมเดลอะไรอยู่
พื้นฐานที่ใช้ทุกวัน: อ้างไฟล์ รันคำสั่ง และคุมบริบท
เป้าหมาย: ใช้ปุ่มลัดและคำสั่งหลักได้คล่อง และรู้ว่าเมื่อไรควรล้างบริบท
> อธิบายว่า flow การล็อกอินใน @src/auth/login.ts ทำงานยังไง ● อ่าน src/auth/login.ts, src/auth/session.ts … ล็อกอินเรียก verifyPassword() แล้วสร้าง session ผ่าน createSession()… > ! git log --oneline -5 a1b2c3d fix: refresh token expiry … > /compact เก็บเฉพาะข้อสรุปเรื่อง auth
| พิมพ์/กด | ทำอะไร |
|---|---|
@path/file | แนบไฟล์หรือโฟลเดอร์เข้าบริบท (กด Tab เติมชื่อได้) |
! คำสั่ง | รันคำสั่ง shell ตรง ๆ และเอาผลลัพธ์เข้าบริบท |
Shift+Tab | สลับโหมดสิทธิ์ (ปกติ → auto-accept edits → plan) |
Esc | หยุดการทำงานกลางทาง คุณยังพิมพ์สั่งต่อได้ |
Esc Esc / /rewind | ย้อนบทสนทนา (และโค้ด) กลับไปจุดก่อนหน้า |
/clear | ล้างบริบทเริ่มงานใหม่ ใช้เมื่อเปลี่ยนเรื่อง |
/compact [คำแนะนำ] | สรุปบทสนทนาให้สั้นลงโดยคงสิ่งสำคัญ |
/resume, claude -c | กลับไปต่อเซสชันเดิม |
/cost, /model | ดูการใช้งาน / เปลี่ยนโมเดล |
ยิ่งบทสนทนายาว คุณภาพยิ่งตก Claude เริ่มลืมกติกาต้น ๆ ถ้างานเปลี่ยนเรื่องให้ /clear ถ้าต้องไปต่อให้ /compact พร้อมบอกว่าอะไรสำคัญ นี่เป็นนิสัยที่ให้ผลมากที่สุดอย่างหนึ่ง
- ถามให้ Claude อธิบายโครงสร้างโปรเจกต์ โดยอ้างไฟล์หลักด้วย
@อย่างน้อย 2 ไฟล์ - ใช้
! git statusแล้วถามต่อว่าผลลัพธ์นั้นหมายถึงอะไร - ให้ Claude แก้อะไรเล็ก ๆ (เช่น แก้ typo ใน README) จากนั้นกด
Esc Escเพื่อย้อนกลับ ดูว่าไฟล์กลับมาเป็นเดิม - ลองกด
Shift+Tabจนเห็นโหมด plan แล้วสลับกลับ
เขียน prompt ให้เจาะจงและตรวจสอบได้
เป้าหมาย: เปลี่ยนคำสั่งคลุมเครือเป็นงานที่มีขอบเขต ตัวอย่าง และเกณฑ์สำเร็จ
สูตรที่ใช้ได้กับเกือบทุกงาน: เป้าหมาย + บริบท + ข้อจำกัด + วิธีตรวจ ยิ่งชี้ตำแหน่งและรูปแบบที่อยากได้ชัด ยิ่งไม่ต้องแก้รอบสอง
ก่อน
เพิ่มระบบ rate limit ให้ API
หลัง
เพิ่ม rate limit ให้ endpoint POST /login ใน @src/routes/auth.ts ใช้ middleware รูปแบบเดียวกับ @src/middleware/cors.ts จำกัด 5 ครั้งต่อนาทีต่อ IP เก็บใน Redis ที่ตั้งค่าไว้แล้ว เขียนเทสต์ใน tests/auth.rate.test.ts แล้วรัน npm test ให้ผ่านก่อนสรุป
ก่อน
หน้า dashboard ช้า แก้ให้หน่อย
หลัง
หน้า /dashboard โหลดช้า ~4 วินาที สงสัยว่าเป็น N+1 query ใน @src/services/report.ts ขอให้วัดจำนวน query ก่อนแก้ แล้วแก้ให้เหลือไม่เกิน 3 query อย่าเปลี่ยน public interface ของ ReportService
เทคนิคที่ใช้บ่อย
| เทคนิค | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|
| ชี้ตัวอย่างที่มีอยู่ | “ทำเหมือน @src/components/Button.tsx ทั้งโครงสร้างไฟล์และการตั้งชื่อ” |
| กำหนดสิ่งที่ห้ามแตะ | “แก้เฉพาะในโฟลเดอร์ src/billing ห้ามแก้ migration เดิม” |
| ให้ถามก่อนลงมือ | “ถ้ามีจุดที่ไม่ชัดเจน ให้ถามฉันก่อนเริ่มเขียน” |
| ให้เสนอทางเลือก | “เสนอ 2 วิธี พร้อมข้อดีข้อเสีย ยังไม่ต้องแก้โค้ด” |
| แนบหลักฐาน | วาง stack trace เต็ม ๆ, ผลเทสต์ที่พัง หรือลากภาพหน้าจอเข้าเทอร์มินัล |
| ให้ตรวจตัวเอง | “หลังแก้ ให้รัน lint และเทสต์ แล้วสรุปสิ่งที่ยังไม่ได้ตรวจ” |
- หยิบงานจริง 1 งานจากรายการในแล็บ 1 เขียน prompt แบบ “ก่อน” ลงโน้ตของคุณก่อน
- เขียนใหม่เป็นแบบ “หลัง” ที่มีทั้งไฟล์อ้างอิง ข้อจำกัด และวิธีตรวจ
- รันทั้งสองแบบใน
/clearคนละรอบ แล้วเทียบจำนวนรอบที่ต้องแก้
เวิร์กโฟลว์หลัก: สำรวจ วางแผน ลงมือ ส่งมอบ
เป้าหมาย: ใช้ plan mode และ git ให้การเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ย้อนกลับได้และรีวิวง่าย
- Exploreให้อ่านและสรุป ยังไม่แก้
- Planขอแผน ตรวจแผน แก้แผน
- Codeลงมือตามแผน พร้อมรันเทสต์
- Commitตรวจ diff แล้ว commit/PR
Plan mode
กด Shift+Tab จนขึ้น plan หรือเริ่มด้วย claude --permission-mode plan ในโหมดนี้ Claude อ่านได้อย่างเดียว แล้วเสนอแผนให้คุณอนุมัติก่อนแตะโค้ด ใช้เมื่อกระทบหลายไฟล์ หรือเมื่อคุณยังไม่แน่ใจว่าทางไหนถูก
อ่าน @src/payments และเสนอแผนย้ายจาก Stripe Charges API ไปเป็น PaymentIntents - ระบุไฟล์ที่ต้องแก้และความเสี่ยง - แบ่งเป็นขั้นที่ merge แยกกันได้ - ระบุเทสต์ที่ต้องเพิ่ม ยังไม่ต้องแก้โค้ด
ให้ Claude ทำ git ให้
สร้างบรานช์ feat/payment-intents ทำตามแผนข้อ 1 แล้วรันเทสต์ ถ้าผ่านให้ commit ด้วยข้อความแบบ conventional commits เมื่อจบทุกข้อ สรุปเป็นคำอธิบาย PR (อะไรเปลี่ยน ทำไม วิธีทดสอบ)
Claude เขียนเร็วกว่าที่คุณอ่าน อย่ากด merge โดยไม่ดู git diff ดูเป็นพิเศษที่ไฟล์ config, สิทธิ์การเข้าถึง และเทสต์ที่ถูกแก้ให้ผ่าน (แทนที่จะแก้โค้ดจริง)
- เลือกฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่แตะ 2–3 ไฟล์ เข้า plan mode แล้วให้ Claude เสนอแผน
- แก้แผนอย่างน้อย 1 จุด (ตัดขั้นที่ไม่จำเป็น หรือเพิ่มข้อจำกัด) ก่อนอนุมัติ
- ปล่อยให้ลงมือบนบรานช์ใหม่ รันเทสต์ แล้วตรวจ
git diffด้วยตาตัวเอง - ให้ Claude เขียนข้อความ commit และคำอธิบาย PR
CLAUDE.md: ความจำของโปรเจกต์
เป้าหมาย: เขียนไฟล์ที่ Claude อ่านทุกครั้งที่เริ่มเซสชัน เพื่อไม่ต้องอธิบายซ้ำ
Claude Code ไม่จำบทสนทนาข้ามเซสชัน แต่จะโหลด CLAUDE.md เข้าบริบทเสมอ ใส่เฉพาะสิ่งที่ Claude เดาเองไม่ได้ ไฟล์ที่สั้นและแม่นดีกว่าไฟล์ยาวที่ไม่มีใครดูแล
# Shop API ## คำสั่ง - ติดตั้ง: pnpm install - เทสต์ไฟล์เดียว: pnpm vitest run path/to/file.test.ts - ตรวจก่อน commit: pnpm lint && pnpm typecheck ## สถาปัตยกรรม - src/routes → HTTP เท่านั้น ห้ามมี business logic - src/services → business logic ทั้งหมด - DB ใช้ Prisma; แก้ schema ต้องสร้าง migration ใหม่เสมอ ## ข้อตกลง - TypeScript strict, ห้ามใช้ any - ชื่อไฟล์ kebab-case, เทสต์วางข้างไฟล์จริง (*.test.ts) - Error ใช้ AppError จาก src/lib/errors.ts ## ห้าม - ห้ามแก้ไฟล์ใน src/generated/ - ห้ามใส่ความลับหรือ .env ลงในโค้ดหรือ commit
ตำแหน่งที่ Claude อ่าน
| ที่อยู่ไฟล์ | ขอบเขต |
|---|---|
./CLAUDE.md | ทั้งทีม (commit เข้า git) |
./CLAUDE.local.md | เฉพาะคุณในโปรเจกต์นี้ (ใส่ใน .gitignore) |
~/.claude/CLAUDE.md | ทุกโปรเจกต์ของคุณ |
โฟลเดอร์ย่อย/CLAUDE.md | โหลดเมื่อ Claude ทำงานในโฟลเดอร์นั้น |
พิมพ์ /init ให้ Claude สำรวจโปรเจกต์และร่าง CLAUDE.md ให้ จากนั้นลบสิ่งที่ชัดอยู่แล้วทิ้ง ส่วนระหว่างทำงาน ถ้า Claude ทำผิดซ้ำ ให้พิมพ์ # ตามด้วยกติกาเพื่อบันทึก หรือใช้ /memory เปิดไฟล์ไปแก้
- รัน
/initในโปรเจกต์ของคุณ - ลบบรรทัดที่ Claude เดาได้เองจากโค้ด เหลือเฉพาะคำสั่งสำคัญ สถาปัตยกรรม และข้อห้าม
- เปิดเซสชันใหม่ (
/clear) แล้วถามว่า “รันเทสต์ไฟล์เดียวยังไง” ถ้าตอบถูกจาก CLAUDE.md แปลว่าใช้งานได้
สิทธิ์และความปลอดภัย
เป้าหมาย: ลดการกดอนุมัติซ้ำ ๆ โดยไม่เปิดช่องให้เกิดความเสียหาย
กติกา allow / deny ตั้งได้ใน .claude/settings.json (แชร์ทีม) หรือ .claude/settings.local.json (ส่วนตัว) deny มีลำดับเหนือ allow เสมอ
{
"permissions": {
"allow": [
"Bash(pnpm lint)",
"Bash(pnpm typecheck)",
"Bash(pnpm vitest run:*)",
"Bash(git diff:*)",
"Bash(git status)"
],
"deny": [
"Read(./.env)",
"Read(./secrets/**)",
"Bash(rm -rf:*)",
"Bash(git push:*)"
]
}
}โหมดข้ามการขออนุญาตทั้งหมด (--dangerously-skip-permissions) ใช้ได้เฉพาะในคอนเทนเนอร์หรือ VM ที่ทิ้งได้ และไม่มีความลับให้เข้าถึง ห้ามใช้บนเครื่องที่มีกุญแจ production
เช็กลิสต์ความปลอดภัย
- ไม่วาง API key หรือข้อมูลลูกค้าลงใน prompt; ใช้ deny ปิดไฟล์
.env - ระวังเนื้อหาจากภายนอก (เว็บ, issue, README ของแพ็กเกจ) ที่อาจมีคำสั่งแฝงให้ Claude ทำตาม อ่านก่อนอนุมัติคำสั่งที่เกิดจากมัน
- เพิ่ม MCP server เฉพาะที่เชื่อถือได้ และให้สิทธิ์ขั้นต่ำที่จำเป็น
- ใช้
/permissionsตรวจรายการที่อนุญาตไว้เป็นระยะ
- สร้าง
.claude/settings.jsonที่ allow คำสั่งเทสต์และ lint ของโปรเจกต์คุณ - เพิ่ม deny ให้
.envแล้วสั่ง Claude “อ่านไฟล์ .env” เพื่อยืนยันว่าถูกบล็อก - เปิด
/permissionsดูว่ากติกาทั้งหมดมาจากไฟล์ไหน
ขยายความสามารถ: slash commands, skills และ subagents
เป้าหมาย: เปลี่ยนงานที่ทำซ้ำให้เป็นของที่เรียกใช้ได้ด้วยคำเดียว และแตกงานให้ agent ย่อย
| ส่วนประกอบ | ไฟล์ | ใช้เมื่อ |
|---|---|---|
| Slash command | .claude/commands/ชื่อ.md | prompt สำเร็จรูปที่คุณสั่งเองด้วย /ชื่อ |
| Skill | .claude/skills/ชื่อ/SKILL.md | ชุดคำแนะนำ + สคริปต์ที่ Claude เลือกใช้เองเมื่อเข้ากับงาน |
| Subagent | .claude/agents/ชื่อ.md | ผู้ช่วยที่มีบริบทและเครื่องมือแยกของตัวเอง ไม่ทำให้บทสนทนาหลักรก |
Slash command: /fix-issue
--- description: แก้ GitHub issue ตามหมายเลข argument-hint: [issue-number] --- ดูรายละเอียด issue #$ARGUMENTS ด้วย `gh issue view` 1. หาไฟล์ที่เกี่ยวข้อง และเขียนเทสต์ที่ทำให้บั๊กเกิดซ้ำได้ก่อน 2. แก้โค้ดจนเทสต์ผ่าน แล้วรัน lint + typecheck 3. สรุปสิ่งที่เปลี่ยนในรูปแบบคำอธิบาย PR
Skill: รีวิวความปลอดภัยตามมาตรฐานทีม
--- name: security-review description: ใช้เมื่อต้องรีวิวโค้ดด้านความปลอดภัย เช่น auth, input validation, SQL, secrets --- ตรวจตามลำดับ: 1) การตรวจสอบ input 2) authz ทุก endpoint 3) SQL/command injection 4) ความลับในโค้ดและ log รายงานเป็นตาราง: ไฟล์:บรรทัด | ความเสี่ยง | วิธีแก้ | ความรุนแรง
Subagent: ผู้รีวิวโค้ด
--- name: code-reviewer description: รีวิวโค้ดที่เพิ่งแก้ ใช้หลังเขียนโค้ดเสร็จทุกครั้ง tools: Read, Grep, Glob, Bash --- คุณเป็นรีวิวเวอร์อาวุโส รัน `git diff` แล้วตรวจความถูกต้อง ความอ่านง่าย และเทสต์ที่ขาด ตอบเป็นรายการตามความสำคัญ ห้ามแก้ไฟล์เอง
สร้าง subagent แบบโต้ตอบได้ด้วย /agents ใช้งานโดยพิมพ์ เช่น “ให้ code-reviewer ตรวจการเปลี่ยนแปลงนี้” จุดเด่นคือผลการค้นหาจำนวนมากอยู่ในบริบทของ agent ย่อย บทสนทนาหลักได้เฉพาะบทสรุป
- สร้าง slash command ที่ใช้จริงในงานของคุณ 1 คำสั่ง (เช่น
/test-and-fix) และเรียกใช้ - สร้าง subagent
code-reviewerด้วย/agentsหรือสร้างไฟล์เอง - แก้โค้ดเล็กน้อยแล้วสั่ง “ให้ code-reviewer ตรวจ” เทียบผลกับการรีวิวด้วยตัวเอง
Hooks และ MCP: ทำให้เป็นกฎ และต่อกับโลกภายนอก
เป้าหมาย: บังคับขั้นตอนที่ “ต้องเกิดทุกครั้ง” ด้วยโค้ด และเชื่อม Claude กับเครื่องมือที่ทีมใช้
Hooks
CLAUDE.md เป็นคำแนะนำ Claude อาจพลาดได้ แต่ hook เป็นคำสั่ง shell ที่ระบบรันให้เสมอตามเหตุการณ์ เช่น หลังแก้ไฟล์ให้ฟอร์แมตอัตโนมัติ หรือก่อนรันคำสั่งให้ตรวจและบล็อก
{
"hooks": {
"PostToolUse": [
{
"matcher": "Edit|Write",
"hooks": [
{ "type": "command", "command": "pnpm prettier --write \"$CLAUDE_PROJECT_DIR\"/src" }
]
}
]
}
}| เหตุการณ์ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
PreToolUse | ตรวจก่อนใช้เครื่องมือ บล็อกคำสั่งอันตราย |
PostToolUse | ฟอร์แมต, lint, รันเทสต์หลังแก้ไฟล์ |
UserPromptSubmit | เติมบริบทเพิ่มก่อนส่ง prompt |
Stop | ทำงานเมื่อ Claude ตอบจบ เช่น แจ้งเตือน |
ถ้าไม่อยากเขียน JSON เอง พิมพ์ /hooks เพื่อตั้งแบบโต้ตอบ หรือสั่ง Claude ให้เขียนให้ตามที่ต้องการ
MCP (Model Context Protocol)
MCP คือมาตรฐานเชื่อม Claude กับบริการภายนอก เช่น GitHub, Sentry, ฐานข้อมูล, Figma, Notion หลังเพิ่มแล้ว Claude เรียกเครื่องมือเหล่านั้นได้เหมือนเครื่องมือในตัว
claude mcp add --transport http github https://api.githubcopilot.com/mcp/
claude mcp list
# ในเซสชัน: /mcp เพื่อดูสถานะและล็อกอินMCP server ที่ไม่น่าเชื่อถือคือช่องทางให้คำสั่งแฝงเข้ามาได้ ใช้เฉพาะ server ที่ตรวจที่มาแล้ว และไม่ต่อกับบริการที่ให้สิทธิ์เขียนมากเกินจำเป็น
- เพิ่ม hook ที่ฟอร์แมตไฟล์หลัง Claude แก้ แล้วสั่งแก้ไฟล์เพื่อยืนยันว่า hook ทำงาน
- เพิ่ม MCP server อย่างน้อย 1 ตัวที่ทีมคุณใช้ และให้ Claude ดึงข้อมูลจากมัน (เช่น อ่าน issue)
- เปิด
/mcpตรวจสถานะการเชื่อมต่อ
รันแบบไม่มีหน้าจอ: สคริปต์และ CI
เป้าหมาย: ใช้ Claude Code เป็นคำสั่งหนึ่งในไปป์ไลน์ของคุณ
แฟลก -p (print mode) รับ prompt ตอบแล้วจบ ไม่เปิดหน้าจอโต้ตอบ ต่อท่อกับคำสั่งอื่นได้
# สรุปการเปลี่ยนแปลงล่าสุด git diff main | claude -p "สรุปการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นข้อความ PR ภาษาไทย" # ผลลัพธ์แบบ JSON สำหรับสคริปต์ claude -p "รายชื่อ endpoint ทั้งหมดใน src/routes" --output-format json # จำกัดเครื่องมือที่ใช้ได้ claude -p "แก้ lint error ทั้งหมด" --allowedTools "Edit" "Bash(pnpm lint)" # ต่อเซสชันเดิม claude -p "ตอนนี้เพิ่มเทสต์ด้วย" --continue
ตัวอย่างงานที่คุ้มค่าในไปป์ไลน์
- ร่างคำอธิบาย PR และ release notes จาก diff
- ตรวจ PR เบื้องต้น (ชื่อ, ความเสี่ยง, เทสต์ที่ขาด) ก่อนคนรีวิว
- แปลไฟล์ i18n ที่เพิ่งเพิ่มคีย์
- จัดกลุ่ม issue ใหม่ตามหมวด
พิมพ์ /install-github-app ในเซสชันเพื่อติดตั้ง Claude GitHub app และ workflow แล้วเมนชัน @claude ใน issue หรือ PR ให้ลงมือทำงานได้ เก็บ API key ใน repository secrets เท่านั้น และจำกัดสิทธิ์ของ workflow ให้น้อยที่สุด
- รัน
git diff | claude -p "…"เพื่อสร้างคำอธิบาย PR จากงานของคุณ - เขียนสคริปต์สั้น ๆ (shell) ที่เรียก
claude -pกับ 1 งานจากรายการในแล็บ 1 - ลองใส่
--output-format jsonแล้วอ่านผลด้วยjq
Capstone: ส่งมอบฟีเจอร์ตั้งแต่ต้นจนจบ
เป้าหมาย: ใช้ทุกอย่างที่เรียนมาในงานเดียว แล้วประเมินตัวเอง
เลือกฟีเจอร์จริงหรือจำลองขนาดครึ่งชั่วโมงในโปรเจกต์ของคุณ เช่น เพิ่ม endpoint ค้นหา, เพิ่มการตรวจ input, หรือแปลงโมดูลหนึ่งไปใช้ TypeScript ทำตามขั้นนี้ตามลำดับ
- ตรวจว่า
CLAUDE.mdและsettings.jsonพร้อม แล้ว/clear - เข้า plan mode ให้สำรวจและเสนอแผน พร้อมระบุเกณฑ์สำเร็จที่ตรวจได้ด้วยคำสั่ง
- แก้แผนแล้วอนุมัติ ปล่อยให้ลงมือบนบรานช์ใหม่
- ให้ subagent
code-reviewerตรวจ และแก้ตามข้อเสนอที่เห็นด้วย - ตรวจ
git diffเอง จดอย่างน้อย 1 อย่างที่ Claude ทำพลาดหรือคุณต้องแก้ - เพิ่มบทเรียนข้อนั้นลง
CLAUDE.mdหรือสร้างเป็น hook เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ - ให้ Claude เขียน commit และคำอธิบาย PR จากนั้นเปิด PR
ประเมินตัวเอง
| ข้อ | ถามตัวเอง |
|---|---|
| เกณฑ์สำเร็จ | Claude ตรวจงานตัวเองได้ด้วยคำสั่งหรือไม่ |
| บริบท | ผมต้อง /clear หรือ /compact กี่ครั้ง ทำไม |
| รอบแก้ | ต้องแก้กี่รอบ และ prompt ตรงไหนทำให้เกิดรอบนั้น |
| การคุมความเสี่ยง | มีอะไรที่ Claude ทำได้ แต่ไม่ควรทำได้ เพิ่ม deny หรือ hook แล้วหรือยัง |
แบบทดสอบท้ายคอร์ส
เป้าหมาย: ตรวจความเข้าใจด้วยสถานการณ์จริง กดเลือกคำตอบเพื่อดูเหตุผล
Cheat sheet
ในเซสชัน
- @file
- แนบไฟล์
- ! cmd
- รัน shell
- #
- บันทึกลงความจำ
- Shift+Tab
- สลับโหมด
- Esc
- หยุด
- Esc Esc
- ย้อนกลับ
จัดการบริบท
- /clear
- เริ่มใหม่
- /compact
- สรุปให้สั้น
- /resume
- กลับเซสชันเก่า
- /cost
- ดูการใช้งาน
- /model
- เปลี่ยนโมเดล
ตั้งค่า
- /init
- สร้าง CLAUDE.md
- /memory
- แก้ความจำ
- /permissions
- จัดการสิทธิ์
- /hooks
- ตั้ง hooks
- /agents
- จัดการ subagents
- /mcp
- สถานะ MCP
บรรทัดคำสั่ง
- claude
- เริ่มแบบโต้ตอบ
- claude -c
- ต่อเซสชันล่าสุด
- claude -p "…"
- รันครั้งเดียว
- --permission-mode plan
- เริ่มใน plan
- claude mcp add
- เพิ่ม MCP
- claude doctor
- ตรวจระบบ